Category Archives: หนังรายได้ทะลุร้อยล้าน

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่สร้างอิงประวัติศาสตร์ ที่สร้างต่อจาก สุริโยไท หลังจากที่พม่าไม่สามารถเอาชนะกรุงศรีอยุธยาได้จำเป็นต้องนำทัพกลับและเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเพราะพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้  ถูกปลงพระชนม์ ต่อมาหลังจากบุเรงนองรวมอำนาจขึ้นเป็นพระเจ้าหงสาวดีก็ได้กรีฑาทัพหงสาวดีตีหัวเมืองเหนือของสยามประเทศไล่มาตั้งแต่สุโขทัย, สวรรคโลก, และที่พระพิษณุโลกสองแคว ซึ่งที่พระพิษณุโลกสองแควนั้น พระมหาธรรมราชา ผู้รั้งเมืองอยู่นั้นได้ขอความช่วยเหลือจากพระนครศรีอยุธยา แต่หามีความช่วยเหลือจากอยุธยาไม่ พระมหาธรรมราชาจึงแปรพักตร์ไปเข้าด้วยกับพระเจ้าบุเรงนองเพื่อร่วมกันโจมตีอยุธยา โดยที่พระเจ้าบุเรงนองได้ขอเอาตัว พระนเรศ หรือ องค์ดำพระโอรสองค์โตในพระมหาธรรมราชาและพระนางวิสุทธิ์กษัตริย์ ไปเป็นตัวประกันในหงสาวดีโดยที่ให้สัตย์สาบานว่าจะเลี้ยงดูอย่างดีดุจพระโอรส กำกับการแสดงโดยหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล มี 6 ภาค ทุนสร้าง 700 ล้านบาท เป็นภาคต่อจากภาพยนตร์เรื่อง สุริโยไท โดยหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล มีความยิ่งใหญ่อลังการกว่า, นักแสดงหลัก และนักแสดงประกอบมีจำนวนมากกว่า เครื่องมือ และเทคโนโลยีต่าง ๆ มากกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา สถาณที่ถ่ายทำายสุรสีห์ กาญจนบุรี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในบริเวณกองพลทหารราบที่ 9 (ค่ายสุรสีห์) ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้กำกับภาพยนตร์ จัดการถ่ายทำถวายให้ทอดพระเนตรโดย เปิดกล้องด้วยฉากขบวนเสด็จของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเฝ้าสมเด็จพระมหาธรรมราชา พระราชบิดา ที่เมืองอโยธยา โดยมีนักแสดงกว่า 1,000 คน ร่วมเข้าฉาก

มือปืน โลก พระ จัน

มือปืนโลกพระจัน หนังแอคชั่น ที่มีความสนุกมันฮาและหลายฉากที่มี ความดรามาเข้ามาแทรกถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่สนุกครบทุกอารมณ์ หนังเรื่องนี้เล่าถึงชีวิตของมือปืนหลายคน แต่ละคนก็มีความฝันและนิสัยแต่ต่างกันไป โดยจะเริ่มเรื่องจาก เป๋ ปืนควาย (เทพ โพธิ์งาม) อดีตมือปืนรุ่นใหญ่ถูกปล่อยตัวออกจากคุก พร้อมสังขารที่ชราภาพ งานแรกที่ได้รับการติดต่อให้สังหาร เถกิง มือปราบตงฉินฉายา ตำรวจเหล็กเป๋ จัดการรวบรวมทีมงานที่เคยคุ้นมือ ซึ่งปัจจุบันล้วนได้ชื่อว่าเป็น มือปืนตกรุ่น ไปแล้ว ไม่มีใครสนใจจ้าง นี่จึงเป็นงานที่ทุกคนต้องตะครุบ นอกจากเงินค่าจ้างตัวเลขสูงแล้ว ทุกคนต่างมีความหวังที่จะกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง ได้แก่ หมา ลูกบักเขียบ (หม่ำ จ๊กม๊ก หรือ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) มือระเบิดลูกอิสานจอมโว เอ๋อ เอลวิส (เท่ง เถิดเทิง หรือ พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ) นักฆ่าหมื่นศพ สิงห์สำอาง ผี ไรเฟิล (ถั่วแระ) นักแม่นปืนจิตหลอนขณะเดียวกัน คิด ไซเลนเซอร์ (สมชาย เข็มกลัด) มือปืนรุ่นใหม่ค่าตัวราคาแพง และทำงานคนเดียว ก็ได้รับการว่าจ้างให้ลงมือฆ่าตำรวจเหล็กคนนี้ด้วยเช่นกันการปะทะฝีมือระหว่างมือปืนตกรุ่น กับรุ่นใหม่ไฟแรงจึงโหมปะทุ มิหนำซ้ำความจริงเปิดเผยว่ามีการว่าจ้างผิดตัว ชุลมุนฆ่าจึงเกิดขึ้น และกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการอาชญากรรม    มือปืน โลกพระจัน เป็นภาพยนตร์แอคชั่น ดรามา ตลก ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2544 เขียนบทและกำกับโดย ยุทธเลิศ สิปปภาค เป็นผลงานชิ้นแรกของบริษัท อาวอง ในเครืออาร์เอส นำแสดงโดย เทพ โพธิ์งาม, สมชาย เข็มกลัด, หม่ำ จ๊กมก, ถั่วแระ เชิญยิ้ม และเท่ง เถิดเทิง ภาพยนตร์ทำรายได้ 123 ล้านบาท

องค์บาก

องค์บาก ภาพยนตร์แนวแอคชั่นที่เปลี่ยนมุมมองหนังไทยในสายตาชาวโลกเรียกได้ว่าเป็นหนังที่ทำรายได้ถล่มทลายในช่วงนั้นเลยที่เดียว ซึ่งในเนื้อเรื่องจะเดินเรื่องของชายหนุ่มที่ออกมาหาพระศักดิ์สิทธิ์ประจำหมูบ้านที่ถูกขโมยมาองค์บาก พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของหมู่บ้านหนองประดู่ ได้ถูกขโมยตัดเศียรไป บุญทิ้ง ทัชชกร ยีรัมย์ หนุ่มบ้านหนองประดู่ จึงอาสาออกตามหามาจนถึงกรุงเทพฯ จนได้เจออ้ายหำแหล่หรือ ยอร์จ (หม่ำ จ๊กมก) ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่ทิ้งท้องนาและกลิ่นโคลนสาปควายบ้านนอก มาร่วมทีมกับ หมวยเล็ก (ภุมวารี ยอดกมล) มาเป็น 18 มงกุฎ ต้มตุ๋นชาวบ้านเพื่อเลี้ยงปากท้องบุญทิ้งจึงไม่วายเป็นเหยื่อเพราะความซื่อ แต่ด้วยความที่เป็นคนดีและเคยช่วยเหลือชีวิตทั้งสองไว้ ภายหลังเขาจึงได้รับความช่วยเหลือจากทั้งสองในการตามหาองค์บาก พร้อมถูกดึงเข้าสู่การต่อสู้กับเจ้าพ่ออิทธิพลมืดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด บุญทิ้งจึงขอต่อสู้ถวายชีวิตด้วยศิลปะมวยไทยโบราณตลอดจนการเดินทางตามหาองค์บากเพื่อนำกลับคืนสู่หมู่บ้านให้ทันพิธีอุปสมบทหมู่ซึ่งจะจัดขึ้นในอีก 7 วันให้ได้ องค์บาก เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2546 ผลงานการกำกับโดย ปรัชญา ปิ่นแก้ว และผลงานการกำกับคิวแอกชั่นโดย พันนา ฤทธิไกร แสดงนำโดย ทัชชกร ยีรัมย์ และ หม่ำ จ๊กมก หรือ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา ร่วมด้วย ภุมวารี ยอดกมล, พรพิมล ชูขันทอง, เชษฐวุฒิ วัชรคุณ, วรรณกิต ศิริพุฒ, รุ่งระวี บริจินดากุล ออกฉายในวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2546 ที่ประเทศไทย ภาพยนตร์ทำรายได้ในประเทศไทย 100 ล้านบาท

บางระจัน

เรื่องราวประวัติศาสตร์ของชาวบ้านที่มีผู้นำ ๑๑ คนที่กลับกลายเป็นตำนาน ด้วยต่างหยิบดาบสู้กับพม่าด้วยหัวใจกล้า ต่อกรกับทัพพม่าที่มีไพร่พลมหาศาลและสามารถเอาชนะได้ถึง 7 ครั้ง ทำให้พม่าเสียขวัญกำลังใจจากการที่แพ้ให้กับชาวบ้านติดต่อกันทั้งที่ไม่เคยแพ้ให้กับทหารไทยเลย ปีระกา เดือน ๓ พุทธศักราช ๒๓๐๘ ในเวลานั้น พม่าแบ่งกำลังออกเป็น ๒ เส้นทาง มังมหานรธา ตีจากทิศตะวันตก เนเมียวสีหบดี ตีไล่จากทางเหนือ หวังขนาบกรุงศรีอยุธยา ครานั้นทัพของเนเมียวต้องล่าช้าไป เนื่องจากติดพันการต่อสู้กับกลุ่มชาวบ้าน ที่รวมตัวกันในนาม บางระจัน ในศึกครั้งที่8 นายเมือง นายอิน ต้องเสี่ยงภัยกันอีกครั้ง เมื่อต้องเดินทางไปกรุงศรีอยุธยา เพื่อขอปืนใหญ่ แต่เมื่อไปถึงกลับได้รับการปฏิเสธกลับมา เมื่อนายอินกลับมาแล้วมารู้ทีหลังว่าเมียกำลังท้อง แล้วนายปลั่ง เพื่อนรักที่ร่วมรบกันมาจนบาดเจ็บพิษไข้ขึ้น ถึงกลับวิกลจริตไป ซ้ำมารู้ว่า ตนกำลังจะมีลูก นึกแค้นพม่าหนัก นัดพาพวกล่องเรือไปตีพม่าถึงในค่าย โดยไม่รู้ว่า พม่าเองก็แอบส่งกำลังมาตีบางระจันเช่นกัน ครั้งนั้นด้วยใจร้อน นายอินพาคนไปตายมากมาย ซ้ำกลับมาค่ายบางระจันก็ถูกตีจนยับเยิน คนตายมากมาย ชาวบ้านก็พากันอพยพหนีไป นายจันท้อใจจะกลับไปเป็นกองโจรเหมือนเดิม หากแต่ได้กำลังใจอย่างไม่คาดคิดจากนายทองเหม็น ขี้เมาที่เป็นอริกันมาตลอด และรู้ว่าแท้จริงแล้ว นายทองเหม็นเอง ก็มีอดีตที่เจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าตน ยามนั้นพม่าได้แต่งตั้งนายกองคนใหม่นามว่า สุกี้ (กฤษณ์ สุวรรณภาพ) เข้าตีบางระจัน ทัพสุกี้ครั้งนี้มีกองปืนใหญ่มาด้วย บางระจันเอาปืนใหญ่เข้าสู้ ทั้งที่ร้าวอย่างไม่มีทางเลือก ทุกคนรู้ชะตากรรมว่า นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายของบ้านบางระจันแล้ว