ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่สร้างอิงประวัติศาสตร์ ที่สร้างต่อจาก สุริโยไท หลังจากที่พม่าไม่สามารถเอาชนะกรุงศรีอยุธยาได้จำเป็นต้องนำทัพกลับและเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเพราะพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้  ถูกปลงพระชนม์ ต่อมาหลังจากบุเรงนองรวมอำนาจขึ้นเป็นพระเจ้าหงสาวดีก็ได้กรีฑาทัพหงสาวดีตีหัวเมืองเหนือของสยามประเทศไล่มาตั้งแต่สุโขทัย, สวรรคโลก, และที่พระพิษณุโลกสองแคว ซึ่งที่พระพิษณุโลกสองแควนั้น พระมหาธรรมราชา ผู้รั้งเมืองอยู่นั้นได้ขอความช่วยเหลือจากพระนครศรีอยุธยา แต่หามีความช่วยเหลือจากอยุธยาไม่ พระมหาธรรมราชาจึงแปรพักตร์ไปเข้าด้วยกับพระเจ้าบุเรงนองเพื่อร่วมกันโจมตีอยุธยา โดยที่พระเจ้าบุเรงนองได้ขอเอาตัว พระนเรศ หรือ องค์ดำพระโอรสองค์โตในพระมหาธรรมราชาและพระนางวิสุทธิ์กษัตริย์ ไปเป็นตัวประกันในหงสาวดีโดยที่ให้สัตย์สาบานว่าจะเลี้ยงดูอย่างดีดุจพระโอรส กำกับการแสดงโดยหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล มี 6 ภาค ทุนสร้าง 700 ล้านบาท เป็นภาคต่อจากภาพยนตร์เรื่อง สุริโยไท โดยหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล มีความยิ่งใหญ่อลังการกว่า, นักแสดงหลัก และนักแสดงประกอบมีจำนวนมากกว่า เครื่องมือ และเทคโนโลยีต่าง ๆ มากกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา สถาณที่ถ่ายทำายสุรสีห์ กาญจนบุรี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในบริเวณกองพลทหารราบที่ 9 (ค่ายสุรสีห์) ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้กำกับภาพยนตร์ จัดการถ่ายทำถวายให้ทอดพระเนตรโดย เปิดกล้องด้วยฉากขบวนเสด็จของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเฝ้าสมเด็จพระมหาธรรมราชา พระราชบิดา ที่เมืองอโยธยา โดยมีนักแสดงกว่า 1,000 คน ร่วมเข้าฉาก

มือปืน โลก พระ จัน

มือปืนโลกพระจัน หนังแอคชั่น ที่มีความสนุกมันฮาและหลายฉากที่มี ความดรามาเข้ามาแทรกถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่สนุกครบทุกอารมณ์ หนังเรื่องนี้เล่าถึงชีวิตของมือปืนหลายคน แต่ละคนก็มีความฝันและนิสัยแต่ต่างกันไป โดยจะเริ่มเรื่องจาก เป๋ ปืนควาย (เทพ โพธิ์งาม) อดีตมือปืนรุ่นใหญ่ถูกปล่อยตัวออกจากคุก พร้อมสังขารที่ชราภาพ งานแรกที่ได้รับการติดต่อให้สังหาร เถกิง มือปราบตงฉินฉายา ตำรวจเหล็กเป๋ จัดการรวบรวมทีมงานที่เคยคุ้นมือ ซึ่งปัจจุบันล้วนได้ชื่อว่าเป็น มือปืนตกรุ่น ไปแล้ว ไม่มีใครสนใจจ้าง นี่จึงเป็นงานที่ทุกคนต้องตะครุบ นอกจากเงินค่าจ้างตัวเลขสูงแล้ว ทุกคนต่างมีความหวังที่จะกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง ได้แก่ หมา ลูกบักเขียบ (หม่ำ จ๊กม๊ก หรือ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) มือระเบิดลูกอิสานจอมโว เอ๋อ เอลวิส (เท่ง เถิดเทิง หรือ พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ) นักฆ่าหมื่นศพ สิงห์สำอาง ผี ไรเฟิล (ถั่วแระ) นักแม่นปืนจิตหลอนขณะเดียวกัน คิด ไซเลนเซอร์ (สมชาย เข็มกลัด) มือปืนรุ่นใหม่ค่าตัวราคาแพง และทำงานคนเดียว ก็ได้รับการว่าจ้างให้ลงมือฆ่าตำรวจเหล็กคนนี้ด้วยเช่นกันการปะทะฝีมือระหว่างมือปืนตกรุ่น กับรุ่นใหม่ไฟแรงจึงโหมปะทุ มิหนำซ้ำความจริงเปิดเผยว่ามีการว่าจ้างผิดตัว ชุลมุนฆ่าจึงเกิดขึ้น และกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการอาชญากรรม    มือปืน โลกพระจัน เป็นภาพยนตร์แอคชั่น ดรามา ตลก ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2544 เขียนบทและกำกับโดย ยุทธเลิศ สิปปภาค เป็นผลงานชิ้นแรกของบริษัท อาวอง ในเครืออาร์เอส นำแสดงโดย เทพ โพธิ์งาม, สมชาย เข็มกลัด, หม่ำ จ๊กมก, ถั่วแระ เชิญยิ้ม และเท่ง เถิดเทิง ภาพยนตร์ทำรายได้ 123 ล้านบาท

องค์บาก

องค์บาก ภาพยนตร์แนวแอคชั่นที่เปลี่ยนมุมมองหนังไทยในสายตาชาวโลกเรียกได้ว่าเป็นหนังที่ทำรายได้ถล่มทลายในช่วงนั้นเลยที่เดียว ซึ่งในเนื้อเรื่องจะเดินเรื่องของชายหนุ่มที่ออกมาหาพระศักดิ์สิทธิ์ประจำหมูบ้านที่ถูกขโมยมาองค์บาก พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของหมู่บ้านหนองประดู่ ได้ถูกขโมยตัดเศียรไป บุญทิ้ง ทัชชกร ยีรัมย์ หนุ่มบ้านหนองประดู่ จึงอาสาออกตามหามาจนถึงกรุงเทพฯ จนได้เจออ้ายหำแหล่หรือ ยอร์จ (หม่ำ จ๊กมก) ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่ทิ้งท้องนาและกลิ่นโคลนสาปควายบ้านนอก มาร่วมทีมกับ หมวยเล็ก (ภุมวารี ยอดกมล) มาเป็น 18 มงกุฎ ต้มตุ๋นชาวบ้านเพื่อเลี้ยงปากท้องบุญทิ้งจึงไม่วายเป็นเหยื่อเพราะความซื่อ แต่ด้วยความที่เป็นคนดีและเคยช่วยเหลือชีวิตทั้งสองไว้ ภายหลังเขาจึงได้รับความช่วยเหลือจากทั้งสองในการตามหาองค์บาก พร้อมถูกดึงเข้าสู่การต่อสู้กับเจ้าพ่ออิทธิพลมืดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด บุญทิ้งจึงขอต่อสู้ถวายชีวิตด้วยศิลปะมวยไทยโบราณตลอดจนการเดินทางตามหาองค์บากเพื่อนำกลับคืนสู่หมู่บ้านให้ทันพิธีอุปสมบทหมู่ซึ่งจะจัดขึ้นในอีก 7 วันให้ได้ องค์บาก เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2546 ผลงานการกำกับโดย ปรัชญา ปิ่นแก้ว และผลงานการกำกับคิวแอกชั่นโดย พันนา ฤทธิไกร แสดงนำโดย ทัชชกร ยีรัมย์ และ หม่ำ จ๊กมก หรือ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา ร่วมด้วย ภุมวารี ยอดกมล, พรพิมล ชูขันทอง, เชษฐวุฒิ วัชรคุณ, วรรณกิต ศิริพุฒ, รุ่งระวี บริจินดากุล ออกฉายในวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2546 ที่ประเทศไทย ภาพยนตร์ทำรายได้ในประเทศไทย 100 ล้านบาท

บางระจัน

เรื่องราวประวัติศาสตร์ของชาวบ้านที่มีผู้นำ ๑๑ คนที่กลับกลายเป็นตำนาน ด้วยต่างหยิบดาบสู้กับพม่าด้วยหัวใจกล้า ต่อกรกับทัพพม่าที่มีไพร่พลมหาศาลและสามารถเอาชนะได้ถึง 7 ครั้ง ทำให้พม่าเสียขวัญกำลังใจจากการที่แพ้ให้กับชาวบ้านติดต่อกันทั้งที่ไม่เคยแพ้ให้กับทหารไทยเลย ปีระกา เดือน ๓ พุทธศักราช ๒๓๐๘ ในเวลานั้น พม่าแบ่งกำลังออกเป็น ๒ เส้นทาง มังมหานรธา ตีจากทิศตะวันตก เนเมียวสีหบดี ตีไล่จากทางเหนือ หวังขนาบกรุงศรีอยุธยา ครานั้นทัพของเนเมียวต้องล่าช้าไป เนื่องจากติดพันการต่อสู้กับกลุ่มชาวบ้าน ที่รวมตัวกันในนาม บางระจัน ในศึกครั้งที่8 นายเมือง นายอิน ต้องเสี่ยงภัยกันอีกครั้ง เมื่อต้องเดินทางไปกรุงศรีอยุธยา เพื่อขอปืนใหญ่ แต่เมื่อไปถึงกลับได้รับการปฏิเสธกลับมา เมื่อนายอินกลับมาแล้วมารู้ทีหลังว่าเมียกำลังท้อง แล้วนายปลั่ง เพื่อนรักที่ร่วมรบกันมาจนบาดเจ็บพิษไข้ขึ้น ถึงกลับวิกลจริตไป ซ้ำมารู้ว่า ตนกำลังจะมีลูก นึกแค้นพม่าหนัก นัดพาพวกล่องเรือไปตีพม่าถึงในค่าย โดยไม่รู้ว่า พม่าเองก็แอบส่งกำลังมาตีบางระจันเช่นกัน ครั้งนั้นด้วยใจร้อน นายอินพาคนไปตายมากมาย ซ้ำกลับมาค่ายบางระจันก็ถูกตีจนยับเยิน คนตายมากมาย ชาวบ้านก็พากันอพยพหนีไป นายจันท้อใจจะกลับไปเป็นกองโจรเหมือนเดิม หากแต่ได้กำลังใจอย่างไม่คาดคิดจากนายทองเหม็น ขี้เมาที่เป็นอริกันมาตลอด และรู้ว่าแท้จริงแล้ว นายทองเหม็นเอง ก็มีอดีตที่เจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าตน ยามนั้นพม่าได้แต่งตั้งนายกองคนใหม่นามว่า สุกี้ (กฤษณ์ สุวรรณภาพ) เข้าตีบางระจัน ทัพสุกี้ครั้งนี้มีกองปืนใหญ่มาด้วย บางระจันเอาปืนใหญ่เข้าสู้ ทั้งที่ร้าวอย่างไม่มีทางเลือก ทุกคนรู้ชะตากรรมว่า นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายของบ้านบางระจันแล้ว

นางนาก รายได้ 149.6 ล้านบาท

  ในช่วงยุคเมื่อเกือบยี่สิบกว่าปีที่แล้วนั้นก็ได้มีอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่น่าสนใจดูอีกเรื่องหนึ่งนะครับโดยเรื่องนี้นั้นก็เป็นการกำกับของผู้กำกับมือทองอย่าง อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร โดยได้สร้างภาพยนตร์เรื่อง นางนาก ซึ่งในตอนนั้นก็ได้นางเอกมากความสามารถอย่าง ทราย เจริญปุระ ที่สามารถแสดงเรื่องนี้ได้ดีเป็นอย่างมากนั่นเอง แถมเรื่องนี้นั้นก็โด่งดังเป็นพลุแตกอีกด้วย เลยทำให้หนังเรื่องนี้ก็เป็นที่พูดถึงกันเป็นจำนวนมากนั่นเอง

ผู้กำกับมือทองอย่าง อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร นั้นก็ไม่ว่าจะกำกับหนังเรื่องไหนๆ ก็สามารถสร้างรายได้เป็นกรอบเป็นกำ โดยเรื่องนี้นั้นก็ได้มากำกับในเรื่อง นางนาก ที่เป็นหนังผีไทยในตำนานที่ใครหลายๆ คนได้ดูแล้วก็ต้องร้องตกอกตกใจกันเป็นจำนวนมากเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะกี่เวอร์ชั่น ตำนานพี่มาก นางนากนั้นก็ยังอยู่ในใจคนไทยไปอีกยาวนาน เลยทำให้ในปัจจุบันนั้นก็ได้มีคนมาสร้างต่ออย่างเรื่อง พี่มาก..พระโขนง ก็สามารถสร้างรายได้ไปได้มากถึง 1000 ล้านบาทนั่นเอง โดยเรื่อง นางนาก ในเวอร์ชั่นนี้นั้น ก็จะเน้นความเป็นตำนานอย่างเอาจริงเอาจังเป็นอย่างมากเลยนะครับไม่ว่าจะเป็นหน้าผม เสื้อผ้า รับรองเลยว่าเรื่องนี้ถ้าใครได้มีโอกาสดูไปแล้วก็คงต้องตกใจกันอย่างมากจริงๆ เพราะทีมงานนั้นก็ได้เนรมิตรทุกๆ อย่างให้สมจริงมากที่สุด ทำให้คนที่ดูนั้นไม่ว่าใครก็แล้วแต่ต่างก็รู้สึกถึงความน่ากลัวของเรื่องนี้ไปเป็นอย่างมากนั่นเอง โดยเรื่องนี้ก็อย่างที่บอกนะครับว่าได้ ทราย เจริญปุระ มาแสดง ทำให้เธอได้ขึ้นแท่นเป็นนักแสดงตัวจริงที่สามารถทำผลงานต่างๆ ออกมาได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

รถไฟฟ้า มหานะเธอ รายได้ 145.82 ล้านบาท

  รถไฟฟ้า มาหานะเธอ ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ของทางค่าย GTH อีกเหมือนกันนะครับโดยเรื่องนี้ก็เป็นสูตรสำเร็จที่ได้สร้างผลงานแบบมันส์สไตล์ ได้พระเอกที่มีดีกรีเป็นถึงแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง เคน ธีรเดช และก็ได้มาประกบคู่กับนางเอกมือใหม่อย่าง คริส หอวัง ซึ่งในช่วงนั้นก็ยังไม่มีผลงานสักเท่าไร แต่เมื่อมาได้เล่นเรื่องนี้ คริส หอวัง ก็กลายเป็นที่รู้จักทันที แถมในตอนนี้ก็ยังเป็นนางเองภาพยนตร์แถวหน้าอีกด้วย

รถไฟฟ้า มหานะเธอ ก็ได้ผู้กำกลับอย่าง หิ๊ง อดิสรณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้นั้นก็เคยได้กำกับภาพยนตร์ไทยอย่าง แฟนฉัน มาแล้วอีกด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็ยังจะพอมีเครดิตในการขายหนังเรื่องนี้อยู่บ้างเช่นกัน แต่เมื่อหนังได้ออกฉายไปแล้วนั้นทำให้คนกรุงเทพมหานครต่างก็ชื่นชอบหนังเรื่องนี้กันเป็นอย่างมากเลยนะครับ เนื่องจากในยุคนั้นกรุงเทพมหานครก็เพิ่งที่จะมีรถไฟฟ้าเข้ามาใช้ได้เพียงแค่ 10 ปีเท่านั้น แถมรถไฟฟ้านิแหละเป็นตัวเอก เพราะคนในปัจจุบันในเมืองกรุงส่วนใหญ่ก็จะเดินทางด้วยรถไฟฟ้ากันทั้งนั้นเลยทำให้หนังเรื่องนี้นั้นก็จะเป็นเรื่องราวของหนุ่มรถไฟที่ได้มาเจอกับสายหมวย ซึ่งก็เป็นบ่อเกิดของความรักกันจนกระทั่งทั้งคู่ก็ได้สมหวังในความรักนั่นเอง โดยหนังเรื่องนี้นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งหนังของ GTH ที่มีความมันฮา มันซึ้ง มันตะลึ่งตึ่งโป๊ะ โช๊ะเด๊ะ ไปซะทุกอย่างมันก็เลยไม่แปลกที่จะได้ครองใจคนไทยไปแทบทั้งประเทศนั่นเอง ก็อย่างว่าละครับได้พระเอกแถวหน้ามาใครๆ ก็คงต้องอยากดูเป็นพิเศษนั่นเอง

ATM เออรัก เออเร่อ รายได้ 152.5 ล้านบาท

  ATM เออรัก เออเร่อ ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ของค่าย GTH ที่สร้างรายได้มากกว่า 100 ล้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ โดยในช่วงนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นหนัง “ม้ามืด” ที่คู่แข่งต่างๆ หลายๆ เรื่องก็ไม่ได้ทันตั้งตัวเลยนะครับ ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเรื่องนี้นั้นก้ได้พระเอกร้อยล้านอย่าง เต๋อ ฉันทวิช และ นางเอกอย่าง ไอซ์ ปรีชญา ที่ได้มาสร้างความสนุก ความฮา เถมยังได้พี่บร๊ะเจ้าโจ๊ก มาร่วามทบสบกับแจ๊คแฟนฉันอีกด้วยนั่นเอง

ถ้ามองดูหนังเรื่องนี้น่าจะมีจุดขายเพียงแค่ เต๋อ ฉันทวิช เพียงเท่านั้นนะครับแต่เรื่องนี้เกินความคาดหมายเป็นอย่างมากนักแสดงคนอื่นๆ ก็สามารถที่จะทำได้ดีเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง เมษ ธราธร ก็สามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานเรื่องได้สำเร็จไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง โดยเรื่องนี้ผมมองว่าไม่น่าจะมีใครคิดแม้กระทั่งผมเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะสร้างรายได้มากมายได้ขนาดนั้น เพราะแค่ชี่อเรื่องหลายๆ คนก็ไม่อยากจะดูสักเท่าไรแล้วนั้น แต่ต้องขอโทษด้วยจริงๆ เรื่องนี้ก็สร้างความร้อนแรงแบบหยุดไว้ไม่อยู่จริงๆ เมื่อใครที่ได้เข้าไปดูนั้นหนังเรื่องนี้ก็มีทั้งความฮา ความสนุกกันเป็นอย่างมากเลยนะครับ ชนิดที่เรียกได้ว่า ทุกเม็ด ทุกมุก ทุกมุม ก็สามารถที่จะเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้เป็นอย่างดีจริงๆ ก่อนที่จะมีพี่มาก พระโขนง มานั้นเรื่องนี้ก็ยังเป็นหนังของทางค่าย GTH ที่ทำรายได้สูงสุดนั่นเอง เลยทำให้เต๋อ ฉันทวิช นั้นก็ได้เป็นที่ภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีส่วนร่วมกับหนึ่งเรื่องนี้เลยทำให้ เต๋อ นั้นได้เข้าสู่การเขียนบท พี่มากพระโขนง ซึ่งก็สามารถทำมันได้สำเร็จเพราะสร้างรายได้ไปได้มากถึง 1000 ล้านบาทด้วยกัน

ต้มยำกุ้ง รายได้ 181.4 ล้านบาท

   ต้มยำกุ้งก็เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่สร้างรายได้ไปได้มากเลยทีเดียวนะครับ โดยเป็นผลงานของ สหมงคฟิล์ม โดยในตอนนั้นก็เป็นกระแสที่สร้างความฮือฮากันเป็นอย่างมากเลยสำหรับหนับบู๊แอ็คชั่น แถมเรื่องนี้ก็ยังสร้างชื่อเสียงให้กับ “จา พนม” อีกด้วย ซึ่งถือเป็นการแสดงที่เจ็บจริง เล่นจริง ไม่ใช้สลิง และไม่มีตัวนักแสดงแทน ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องราวของในหนังก็ไม่มีอะไรให้โดดเด่นสักเท่าไร แต่คนที่ชอบความสดในฉากบู๊ของ จา พนม ก็เป็นจุดขายสำหรับคนไทย ที่ไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้นั่นเอง

   จา พนม ก็ถือเป็นตัวหลักของเรื่องนี้เป็นอย่างมากเลยนะครับ ด้วยการแสดงที่เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช่ตัวแสดงแทนนั้น ก็ถือเป็นจุดขายหลักที่ทำให้คนต่างเข้ามาดูเรื่องต้มยำกุ้งกัน  โดยภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นก็เป็นอีกหนึ่งหนังบู๊ ที่ได้รับความนิยมกันเป็นจำนวนมาก เพราะอย่างที่บอกเรื่องนี้ไม่มีมุมกล้อง ไม่เฟค แถมยังเล่นจริงกันแทบทุกคน มันเลยทำให้เป็นเรื่องที่แปลกใหม่นั่นเอง เรื่องนี้ต้องยอมรับนะครับว่า จา พนม ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญคิวบู๊แบบสมจริง จริงจังกันเป็นอย่างมาก เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยนะครับที่จะสามารถทำแบบนั้นได้จริงๆ เลยทำให้ตอนนี้ จา พนม ก็กลายเป็นซุปตาร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่างชาติก็ชื่นชอบในผลงานของจา พนม อยู่เช่นกัน และก็ได้มีโอกาสไปโลดแล่นการแสดงในฮอลิวู้ดอีกด้วยนั่นเอง เลยทำให้หนังเรื่องนี้นั้นก็ได้สร้างรายได้ไปอย่างมากมาย  แต่ถึงแม้ว่า จา พนม จะมีชื่อเสียงระดับโลกไปแล้ว ก็ยังมีข่าวเกี่ยวกับการคัดแย้นในเชิงธุรกิจออกมาให้ทราบกันอยู่เรื่อยๆ นั่นเอง แต่ก็ช่างเหอะอย่างน้อยๆ โลกก็ได้รู้จักคนไทยและนักแสดงไทยกันมากขึ้นจากภาพยนตร์เรื่อง ต้มยำกุ้งนั่นเอง

สุริโยไท รายได้ 550 ล้านบาท

  สุริโยไท ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ไทยที่ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ได้เป็นอย่างดีเลยนะครับ โดยเรื่องนี้นั้นก็ได้ผู้กำกับมือดีอย่างท่านมุ้ย ที่จะจับงานใหญ่ๆ อยู่เสมอ บวกกับพลังดาราที่ท่านมุ้ยนั้นได้คัดสรรแต่ละคนที่ถือได้ว่าเป็นแถวหน้าของเมืองไทย ทำให้หนังแต่ละเรื่องของท่านมุ้ยก็ได้รับกระแสตอบกลับเป็นอย่างดีเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องสุริโยไทนั้น ก็ถือเป็นอีกหนึ่งหนังที่ท่านมุ้ยได้สร้างรายได้ไว้สูงสุด

 สุริโยไท ก็ถือเป็นอีกหนึ่งหนังที่ประชาชนในตอนนั้นได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากด้วยเนื้อหาและนักแสดงในเรื่องนี้ก็จัดหนักกันเป็นอย่างมากนั่นเอง โดยอย่างที่บอกนะครับว่าท่านมุ้ยก็ได้เลือกนักแสดงแถวหน้าที่มากประสบการณ์มารวมไว้อยู่ในเรื่องนี้เช่นกัน นับได้ว่าเป็นการรวมตัวของสิ่งที่เรียกกว่ายิ่งใหญ่ ทั้งตัวละครหลักในประวัติศาสตร์ของสยามประเทศ นักแสดงที่มีผลงานมากฝีมือ แถมยังได้ผู้กำกับที่มากประสบการณ์ที่ได้สร้างสเกลหนังใหญ่ๆ โดยทำให้คนไทยแทบจะทั้งประเทศแห่กันไปชมภาพยนต์ในเรื่องนี้กัน โดยมีความยาวเกือบ 3 ชั่วโมงอีกด้วย ซึ่งตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดก็จะมีคนต่อแถวซื้อตั๋วหนังกันเป็นจำนวนมากนั่นเอง เลยทำให้หนังเรื่องนี้นั้นได้รับเงินไปอย่างสบายๆ 550 ล้านบาทไทยไปครอบครองได้สำเร็จ ซึ่งก็อย่างที่บอกว่าหนังเรื่องนี้นั้นก็แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของสยามประเทศเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมาแล้วนั่นเอง โดยในปัจจุบันก็ยังมีคนพูดถึงกันเป็นจำนวนมากเพราะเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่หลายๆ คนดูแล้วไม่เสียดายเงินไปนั่นเอง

พี่มาก..พระโขนงรายได้ 1000 ล้านบาท

  พี่มากพระโขนงนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ทำลายสถิติหนังไทยไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งก็สามารถที่จะสร้างรายได้ไปได้มากกว่า 1000 ล้านบาทด้วยกัน ซึ่งผู้กำกับอย่างบรรจง ปิสัญธนะกูล ก็ได้ฉีกรูปแบบหนังผีไทยในตำนานใหม่เพื่อให้เกิดการหักมุมแต่ทำให้คนดูหลายๆ คนนั้นต่างชื่นชอบและยกย่องหนังเรื่องนี้กันเป็นจำนวนมากเช่นกัน เลยไม่แปลกใจเลยนะครับว่าทำไมเรื่องนี้ถึงรายได้ทะลุเกินเป้า

พี่มากพระโขนงนั้นก็ได้นักแสดงซุปตาร์คนดังอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ, ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่, ฟอรยด์ ณัฎฐพงษ์ , เผือก พงศธรและอื่นๆ อีกมากมายที่ได้ขนความสนุก ความฮา ความน่ากลัวมาให้แฟนๆ ได้รับชมกันอย่างสนุกสนานั่นเอง ที่ผู้กำกับอย่าง บรรจง ปิสัญธนะกูล ก็ได้คัดสรรนักแสดงและสามารถที่จะกำกับให้คนดูนั้นติดอกติดในกันเป็นจำนวนมาก โดยก็ได้เปลี่ยนตำนานหนังผีใหม่ ที่กล้าจะฉีกแนวการทำหนัง เพราะเรื่องนี้ก็น่าจะวางแผนบท วางแผนการแสดงกันมาเป็นอย่างดีสามารถที่จะอุดรอยรั่วๆ ต่างๆ ของหนังผีไทยได้อย่างเต็มร้อยนั่นเอง โดยแถมยังได้พระเอกนางเอกซุปตาร์มาแสดงความสามารถในเรื่องนี้กันอีกด้วย และก็ยังได้นักแสดงสมทบอย่าง เผือก เต๋อ เอ และเชน ที่ได้ขนความฮา โดยไม่ด้ยึดตัวอย่างหนังในตำนานมาอย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ เอาเป็นว่าหนังเรื่องนี้ก็มีความลงตัว แถมยังได้ซุปตาร์ที่เป็นพระนางอีกด้วยเรื่องนี้ก็เลยทำเงินได้ไม่ยากแถมยังได้ขวัญใจแฟนๆ ไปอีกด้วยอย่างเต็มๆ นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนไทยเลยนะครับที่สามารถสร้างรายได้สูงสุดและก็ได้รับความสนใจจากต่างประเทศเป็นอย่างมากนั่นเอง